
หลัง จากที่การแข่งขันโอลิมปิก 2008 ที่ปักกิ่ง ผ่านไป สร้างความประทับใจทั้งพิธีเปิดและพิธีปิด ก็ตั้งใจจะหาโอกาสตามรอยให้ได้
จนสบโอกาสไปท้าลมหนาวช่วงเดือนพฤศจิกายน เมื่อปีที่แล้ว 2009 ด้วยความตั้งใจไปชมสิ่งมหัศจรรย์ของโลกอย่าง กำแพงเมือง
จีน อีกทั้งพระราชวังต่างๆ รวมไปถึง สนามกีฬาโอลิมปิก

ไม่ ได้เตรียมตัวอะไรมาก พกหนังสือไปเล่มสองเล่ม เพราะเราเดินทางไปกับทัวร์อยู่แล้ว อีกทั้งไม่อยากศึกษาอะไรไปก่อน เรียกว่า
เตรียมไปจดจำภาพผ่านสายตาและเลนส์ … ขอเหิรฟ้าจากบ้านไปซัก 5-6 วัน ไปเก็บเกี่ยวความประทับใจกันข้างหน้า

ไต่ระดับขึ้นไปเรื่อยๆ ด้วยความที่เป็นคนชอบความสูง

เริ่ม ผ่านเมฆหนาขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งทริปนี้เดินทางกลางวัน ซึ่งปกติแล้วไม่ชอบเลย แต่ชอบเดินทางกลางคืนแบบไปถึงจุดหมายในช่วง
เช้า เพราะจะได้เที่ยวต่อเลยไม่เสียเวลาไป 1 วันเต็ม แต่ก็แลกกับบรรยากาศจากมุมสูงก็แล้วกัน

ปฏิบัติการมาเหนือเมฆก็เริ่มขึ้น

เริ่มเห็นขอบฟ้า แอบนึกอยากไปนอกโลกบ้าง คิดไกลเกินไปแล้ว แต่ก็เป็นช่วงเวลาที่อยู่ใกล้ดวงจันทร์กว่าปกติ

จัดแจงซูมด้วยกล้องป๊อกแป๊ก แบบดิจิตอลซูม ได้แค่เนี้ย แต่ก็โอเค

ภาพ นี้คงบรรยายถึงคำพังเพยที่ว่า “ยิ่งสูง ยิ่งหนาว” ได้ เพราะมีเกล็ดหิมะเกาะติดริมกระจก นั่นหมายถึง ทริปนี้พวกเราต้องโต้
ลมหนาวอย่างแน่นอน เพราะเมื่อ 2-3 สัปดาห์ก่อน ทางการจีนเพิ่งทำ “หิมะเทียม” เพื่อให้หิมะแรกของปี ตกลงที่กรุงปักกิ่ง
เรียกได้ว่าเทคโนโลยีทันสมัย สั่งหิมะตกได้จริงๆ

และ แล้วก็เดินทางมาถึงปักกิ่งในช่วงเย็นตามกำหนด ซึ่งกิจกรรมวันนี้ไม่มีอะไรมาก แค่พามาออเดิฟที่ Shopping Mall
ที่เปิดได้ไม่นาน ชื่อ The Place

เพื่อมาชม LED ขนาดยักษ์ขนาด 700,000 ตารางฟุต บนเพดาน

หากนึกย้อนไปถึง พิธีเปิดการแข่งขันโอลิมปิค 2008 จะเห็น LED ขนาดยักษ์กลางสนามกีฬา ก็คือ สิ่งเดียวกันที่เห็นอยู่ในขณะนี้

แสดงภาพเคลื่อนไหว มีฝูงปลาว่ายไปมา และน้ำกระเพื่อม

แต่ ขอบอกว่า อากาศหนาวมาก ครั้นถอดถุงมือเพื่อกดชัตเตอร์ ก็มือไม้แข็ง เพราะลมพัดแรง ยังไงก็ชอบอากาศหนาว แต่ก็สวมเสื้ออย่างหนาตราช้าง

ขนาดหุ่นแถวนี้ ยังกอดอกแน่น เพราะความหนาวเลย

ก็ ตื่นตาตื่นใจดี แต่พอเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ได้มีโอกาสเดินทางไปที่เมืองซูโจว (Suzhou) ไปเจอ LED แบบนี้
แต่ความยาวถึง 1 กิโลเมตรใน Shopping Mall ที่เพิ่งเปิดใหม่ เรียกได้ว่า ยิ่งใหญ่กว่านี้อีกหลายเท่า ต้องบอกว่า “จีนเขาสร้างอะไร
มีแต่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมเสมอ” ไว้จะนำมาฝากกันในโอกาสต่อไป

ได้ เวลาไปหม่ำข้าวมื้อแรกในปักกิ่งที่ภัตตาคารกันก่อน ซึ่งยอมรับว่า อาหารจีนของปักกิ่งนั้น ไม่ถูกปากนัก เมื่อเทียบกับอาหารจีน
ในเมืองอื่นๆได้ความว่า ปักกิ่งจะอยู่ทางเหนือของประเทศ ซึ่งมักอากาศหนาวและแห้งแล้ง ทำให้อาหารส่วนใหญ่มีรสเค็มจากการ
ถนอมอาหาร และผักน้อยซึ่งเจอแต่หมู เป็ด ไก่ แม้จะมีปลา แต่ซอสที่ราดนั้น ไม่ได้เรื่องเลย น่าจะเสริฟปลานึ่งเปล่าๆ
จิ้มกับซีอิ้วขาวน่าจะอร่อยกว่า จึงไม่ค่อยเอ็นจอยอี๊ทติ้งมากนักสำหรับทริปนี้

ทั้งที่เป็นคนกินง่าย ไม่เลือกทาน เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม แต่ขอบอกว่า อาหารจีนแถบนี้ ไม่ไหวจะเคลียร์

จริงมั้ย เจ้านกหงส์หยก

หนี ห่าว? สบายดีนะจ๊ะ … ไว้พรุ่งนี้จะเริ่มเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ แต่คืนนี้ ขอหม่ำ “ไก่ทอด KFC” แถวโรงแรมดีกว่า ซึ่งข้อดีของการ
มาเที่ยวปักกิ่ง คือไม่ต้องย้ายโรงแรมตลอด 4 คืน อีกทั้งยังมีแหล่งกินเที่ยว ช๊อปปิ้งยามค่ำคืนอีกด้วย แต่คืนนี้ขอนอนก่อน
เก็บแรงไว้เดินพรุ่งนี้อีกทั้งวัน
เครดิต http://www.oknation.net/blog/mrtaweesak-photo/2010/08/30/entry-1
Friday, February 17th, 2012
Thursday, February 16th, 2012
Thursday, February 16th, 2012
Thursday, February 16th, 2012
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นสำหรับเรื่องนี้.....